กว่า 2 ปี … การปลดล็อกอุตสาหกรรมการบินไทย ประเทศไทยได้อะไรบ้าง ?

กว่า 2 ปี …. การปลดล็อกอุตสาหกรรมการบินไทย ประเทศไทยได้อะไรบ้าง ?

สาเหตุที่ประเทศไทยติดธงแด

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 58 ได้มีการเข้ามาตรวจสอบองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization – ICAO) ซึ่งกรมการบินพลเรือนของไทยไม่ผ่านเกณฑ์ในโครงการตรวจสอบการกำกับดูแลความปลอดภัยสากล หรือ USOAP ของ ICAO (ข้อบกพร่องที่ประเทศไทยถูกตรวจสอบมีมากถึง 560 ข้อ และในจำนวนนี้มี 33 ข้อหลัก ซึ่งเป็นข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (Significant Safety Concerns – SSC) ของอุตสาหกรรมการบินไทย

โดยมี 4 สาเหตุหลักดังต่อไปนี้
1. บทบาทหน้าที่ของกรมการบินพลเรือน ซึ่งเข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากกรมการบินพลเรือนต้องทำหน้าที่ทั้งผู้คุมกฎเกณฑ์ (Regulator) และผู้ให้บริการ (Operator)
2. กฎระเบียบและ พ.ร.บ.เดินอากาศของไทยมีความล้าหลัง
3. จำนวนบุคลากรที่ทำหน้าที่ด้านการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยมีไม่สอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในประเทศไทย
4. ขาดผู้ว่าจ้างที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจากภายนอก มาเป็นที่ปรึกษาหรือให้การอบรมเจ้าหน้าที่อย่างเหมาะสม


การแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนของรัฐบาล

1. ได้มีการออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 27/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการกำกับดูแลและพัฒนาการบินพลเรือนของประเทศไทย โดยมีการจัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน” (Command Center for Resolving Civil Aviation Issues) เรียกโดยย่อว่า ศบปพ. (CRCA) เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนให้ครอบคลุมและรวดเร็วขึ้น

2. ปฏิรูปทางด้านกฎหมายและโครงสร้าง
คณะรัฐมนตรีได้มีมติ 22 ก.ย. 58 อนุมัติร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องรวม 4 ฉบับ เพื่อดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรด้านการบินพลเรือน โดยการแยกหน่วยงานกำกับดูแล(สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) – Regulators) ออกจากหน่วยงานปฏิบัติการ (กรมท่าอากาศยาน – Operator)
ได้แก่
1) ร่างพระราชกำหนดการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พ.ศ. ….
2) ร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ การเดินอากาศ พ.ศ. 2497 พ.ศ. ….
3) ร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 พ.ศ. ….
4) ร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม พ.ศ. ….

3. มีการวางแผนตรวจสอบการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (AOC Re-certification) ตามมาตรฐานที่ CAA International (CAAi) เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (SSC)


ประโยชน์จากการปลดธงแดงได้สำเร็จ

จากการดำเนินการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนของประเทศไทย กว่า 2 ปี ทำให้ประเทศไทยสามารถปลดธงแดงได้สำเร็จและได้รับธงเขียวเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 60 โดยแสดงให้เห็นถึงการกลับคืนสู่มาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน ในระดับสากล ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์ทั้งในทางตรงและทางอ้อม ดังนี้

ประโยชน์ทางตรง
1. เพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนและเพิ่มเส้นทางการบินต่างประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น
2. เพิ่มความถี่เที่ยวบิน
3. เปลี่ยนขนาดเครื่องบินและให้บริการแบบเช่าเหมาลำ (Chartered flight)

ประโยชน์ทางอ้อม
1. กระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย
2. กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ
3. เพิ่มการจ้างงานโดยเฉพาะ นักบิน แอร์โฮสเตส วิศวกร และช่างเทคนิค

ความท้าทายในอนาคต
เนื่องจากสายการบินต้นทุนต่ำมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น เกิดการแข่งขันและความหนาแน่นทางการบิน ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดจากปัญหาทางด้านตารางเวลาเที่ยวบิน (time slot) และความจุของสนามบินทั้งในไทยและต่างประเทศ รัฐบาลเล็งเห็นปัญหาทางด้านความหนาแน่นของเที่ยวบินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
จากปัญหา/ความท้าทายดังกล่าว คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 61 เห็นชอบร่างนโยบายห้วงอากาศแห่งชาติ โดยนำแนวคิดของการบริหารจัดการจราจรทางอากาศแบบยืดหยุ่น (Flexible Uses of Airspace : FUA) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาระบบการบินของโลกที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization : ICAO) โดยหลักการเป็นการทบทวนกลไกการบริหารจัดการห้วงอากาศ และรองรับการเติบโตของปริมาณการจราจรทางอากาศที่เพิ่มสูงขึ้นแบบต่อเนื่อง


อ้างอิง
http://www.tnews.co.th/contents/366076
https://www.voicetv.co.th/read/530317
https://money.sanook.com/518293/

อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป หลัง ICAO ปลดล็อกธงแดง?